เปิดตัวไปได้ไม่นานกับอาคารมหานคร ตึกแลนด์มาร์คสูงที่สุดในเมืองไทย โดดเด่นและทันสมัยที่สุดในภูมิภาค นอกจากความยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรมล้ำสมัย ที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือบรรดาร้านอาหารระดับพรีเมี่ยมหลากหลาย ที่ทยอยตบเท้าเข้ามาเปิดตัวในโครงการกันอย่างคับคั่ง ท่ามกลางร้านอาหารหลากหลายหนึงในดาวเด่นที่มีแฟนๆ ชาวไทยและต่างชาติรอคอยมากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้น L’Atelier de Joël Robuchon – Bangkok ร้านอาหารโดยเชฟมิชลินสตาร์ที่ได้รับดาวมากที่สุดในโลก

Counter - 02

L’Atelier de Joël Robuchon ร้านอาหารฝรั่งเศสชื่อดังระดับโลกที่มาพร้อมด้วยอาหาร บริการ และบรรยากาศสุดหรูระดับมิชลินสตาร์ ตามแบบฉบับของ Joël Robuchon เชฟระดับเวิลด์คลาส เปิดให้บริการในประเทศไทยเป็นสาขาที่ 9 ของโลก พร้อมให้บริการทุกท่านที่ชื่นชอบอาหารของJoël Robuchon ณ ชั้น 5 อาคารมหานครคิวบ์ ในโครงการมหานครที่กำลังจะก้าวเป็น  ‘Bangkok’s Best Dining Experiences’ หรือแหล่งรวมร้านอาหารชั้นนำระดับพรีเมี่ยมของคนกรุงเทพฯ

Counter - 03

L’Atelier de Joël Robuchon เป็นร้านอาหารสไตล์ฝรั่งเศสที่แตกต่างจากร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ทั่วไปที่มักให้บรรยากาศแบบเป็นทางการ ในทางตรงกันข้าม L’Atelier de Joël Robuchon ไม่ยึดติดรูปแบบเดิมๆ แต่เพิ่มความสำคัญกับคุณภาพและสไตล์ โดยนำเสนออาหารในรูปแบบที่สามารถเลือกได้ทั้งจานเดียวและคอร์สเมนูที่ผ่านการเลือกอย่างพิถีพิถัน เสิร์ฟพร้อมไวน์ชั้นยอดนำเข้าจากต่างประเทศ

Crystal room - 01

Joël Robuchon ได้รับรางวัลการันตีด้านการทำอาหารระดับโลกมากมาย อาทิ “รางวัลเชฟแห่งศตวรรษ” ในปี 2533 “รางวัลเชฟแห่งปี” ในปี 2530 และ “รางวัล Meilleur Ouvrier de France” น ปี 2519 ปัจจุบันเป็นเชฟโจเอล เป็นเชฟเพียงท่านเดียวในโลกที่สามารถคว้ามิชลินสตาร์มาครองได้มากที่สุดถึง 25 ดวง ซึ่งรวมถึงร้านอาหารระดับมิชลิน 3 ดาว 4 แห่ง ใน ลาสเวกัส มาเก๊า โตเกียว และ ฮ่องกง

Dish - Red mullet

The concept: ‘exclusive open kitchen’

คอนเซ็ปต์ของร้าน คือ เน้นการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเชฟกับลูกค้าที่มารับประทานอาหาร ซึ่งจะช่วยให้เชฟยิ่งทุ่มเทในการปรุงอาหารเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ที่มาเยือน ท่ามกลางบรรยากาศการรับประทานอาหารที่มีชีวิตชีวาภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘ครัวเปิด’ (open kitchen) แขกจะได้ผ่อนคลายและดื่มด่ำไปกับอาหาร พร้อมชมเทคนิกการปรุงอาหารชั้นเลิศจากเชฟมากความสามารถ โดยได้แรงบันดาลใจจากความเรียบง่ายของครัวแบบญี่ปุ่นผสานบรรยากาศครึกครื้นสไตล์ทาปาสบาร์แบบสเปน จนเกิดเป็นคอนเซ็ปต์ ‘Atelier’ หรือ ‘อัตเตอลิเย’ หรือ ‘Workshop’ ในภาษาฝรั่งเศส ห้องปฎิบัติการณ์ ที่มาพร้อมอาหารชั้นเลิศนี้เหมาะสำหรับท่านที่กำลังมองหามื้ออาหารแบบไม่เป็นทางการ ภายใต้บรรยากาศที่มีชีวิตชีวาและเป็นกันเอง ไฮไลท์ของร้านอาหารยังรวมไปถึงโชว์ปรุงอาหารจากเชฟ เพื่อแสดงให้เห็นศาสตร์การปรุงอาหารที่น่าตื่นตาตืนใจของเชฟแต่ละท่านอีกด้วย

Kitchen - 01

L’Atelier de Joël Robuchon ได้รับการออกแบบตกแต่งภายในอย่างสวยงามโดย ปิแอร์-อีฟ โรชง นักออกแบบตกแต่งภายในระดับโลก โดยใช้โทนสีดำและแดง เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับอาหาร สำหรับลัตเตอลิเย เดอ โจเอล โรบูชง กรุงเทพฯ แบ่งพื้นที่ในร้านออกเป็น 2 ส่วน คือ ‘ลัตเตอลิเย และ ‘ลา เทอเรซ’ โดยที่นั่งในส่วนลัตเตอลิเยได้รับการจัดวางรอบๆ ครัวเปิด ลูกค้าที่มารับประทานอาหารจะได้นั่งที่เคาน์เตอร์ไฮบาร์ ชมการปรุงอาหารของเชฟที่อยู่ตรงหน้าอย่างใกล้ชิด ส่วนลาเทอเรซเป็นพื้นที่รับประทานอาหารแบบปกติทั่วไป โดยจะมีห้องส่วนตัว 2 ห้อง สำหรับลูกค้าที่ต้องการความสงบ ผ่อนคลาย และเป็นส่วนตัวไว้คอยให้บริการ

Dish - Nicoise salade
สำหรับท่านที่อยากแวะมาสัมผัสรสชาติอาหารระดับ Michelin Star แท้ๆ ก็ไม่ต้องบินไปไกลถึงต่างประเทศ เพราะที่ร้านL’Atelier de Joël Robuchon ท่านจะได้พบกันอาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศปรุงโดยเชฟระดับปารมาจารย์ในบรรยากาศและบริการสุดประทับใจ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน ร้านอาหารเปิดให้บริการทั้งมื้อกลางวันและเย็น ตั้งแต่เวลา 11.30 – 14.30 น. และ 18.30 – 22.30 น.

Team - Kitchen


ติดตามเรื่องราวที่น่าสนใจในวงการ Fine Dining เมืองไทย ได้ที่ www.thegreatgastro.com

หรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับ Dining Concierge 02 254 9005 และ LINE@ : @greatgastro

RESERVE